ทำนายฝัน - หากฝันถึงอ้อย
ตำนานกรีก - โรมัน ตอน ฮีฟ ...
ตำนานกรีก-โรมัน ตอน วีนัส ...
ตำนานกรีก - โรมัน ตอน จาก ...
ทำนายฝัน - หากฝันเห็นเศษอ ...
ทำนายฝัน - หากฝันเห็นธง
ทำนายฝัน - หากฝันว่าได้เด ...
ตำนานกรีก-โรมัน ตอน เฮเลน ...
ทำนายฝัน - หากฝันว่าตกปลา ...
ทายใจ ทำนายนิสัย จากอักษร ...
ทำนายฝัน - หากฝันเห็นธง

1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 |>>


All (394)
default (2)
ตำนาน-เรื่องเล่าขาน (28)
ทำนายฝัน ตามประสา (328)
เรื่องเล่าจากท้องฟ้า (36)



All (0)
default (0)







ตำนานกรีกโรมัน ตอน จากทรอย สู่โรมัน
2011-11-20 08:15:24

จากทรอย สู่โรมัน

ทรอยตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลฟากตะวันออกของทะเลอีเจียน ถัดจากช่องแคบเฮลเลสปอนต์ลงมา (คาดว่าเป็นประเทศตุรกีในปัจจุบัน) ชื่อนครตั้งตามชื่อท้าวทรอส (Tros) กษัตริย์องค์หนึ่งของนครนี้ ต่อมาโอรสของท้าวทรอสได้ขึ้นครองนครชื่อว่าท้าวอิลัส (Ilus) ท้าวอิลัสได้เสริมสร้างป้อมปราการให้มั่นคงแข็งแรง เมืองทรอยจึงได้ชื่อตามท้าวอิลัส อีกชื่อหนึ่งว่า อีเลียม (Ilium) อันเป็นที่มาของชื่อมหากาพย์อิเลียด (Iliad)
 
        ในสมัยของท้าวอิลัสนี้เอง เทวราชซีอุสได้ประทานพัลเลเดียม (Palladium) ให้แก่ทรอย ซึ่งพัลเลเดียมนี้ บ้างก็ว่าเป็นรูปประติมากรรมของเทวีอาเทน่า บ้างก็ว่าเป็นโล่ของพระนาง แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรนั้น เทวราชซีอุสประทานพรให้ว่ากรุงทรอยจะไม่มีวันแตกตราบเท่าที่พัลเลเดียมยังอยู่ในกรุงทรอย
 
        ท้าวเลือมมิดอน (Laomedon) โอรสท้าวอิลัสได้ครองนครในสมัยต่อมา ท้าวเลือมมิดอนมีโอรส-ธิดา 2 องค์
คือนางฮีไซโอนี (Hesione) กับเพรียม (Priam) ซึ่งในเวลานั้น เทพโพเซดอน และอพอลโล ได้ถูกลงโทษเนรเทศให้มาใช้แรงงานในโลกมนุษย์ ท้าวเลือมมิดอนจึงให้เทพทั้งสองช่วยสร้างกำแพงเมืองทรอย โดยสัญญาว่าจะถวายม้าชั้นเยี่ยมหนึ่งฝูงเป็นค่าตอบแทน แต่แล้วท้าวเธอก็บิดพลิ้ว โพเซดอนไม่พอพระทัยอย่างมาก เมื่อพ้นโทษกลับคืนสู่อำนาจแล้วโพเซดอนจึงส่งอสูรกายจากทะเลมาคุกคามเมืองทรอย ชาวเมืองต้องส่งหญิงสาวพรหมจารีย์ไปสังเวยอสูรร้ายปีละคน
จนกระทั่งมาถึงคราวของฮีไซโอนี ธิดาของท้าวเลือมมิดอนเอง ท้าวเลือมมิดอนจึงให้ประกาศหาคนมาปราบสัตว์ร้ายตนนี้โดยจะให้รางวัลอย่างงาม
 
        ผู้ที่รับอาสาปราบสัตว์ร้ายนี้ คือ เฮรากลิส (Herakles : ชื่อกรีก) หรือ เฮอร์คิวลิส (Hercules : ชื่อโรมัน)
แต่หลังจากฆ่าสัตว์ร้ายได้แล้ว ท้าวเธอก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้รางวัลแก่เฮอร์คิวลิสอีก ทำให้เฮอร์คิวลิสโกรธถึงกับสังหารท้าวเลือมมิดอนเสีย แล้วจับมเหสีของท้าวเลือมมิดอนกับลูกทั้งสองไปดินแดนกรีกด้วย เฮอร์คิวลิสได้ยกฮีไซโอนีให้แก่ เทลมอน ส่วนเพรียมนั้นทางเมืองทรอยได้ขอไถ่ตัวกลับมาและสถาปนาให้ขึ้นครองเมืองแทนพระบิดา (เบี้ยวค่าจ้างเทพเจ้าตั้ง 2 องค์ โทษยังร้ายแรงไม่เท่าเบี้ยวค่าจ้างเฮอร์คิวลิสเลยเนาะ)

        ท้าวเพรียมได้วิวาห์กับนางเฮกคิวบา (Hecuba) มีโอรส-ธิดารวมทั้งสิ้น 19 องค์ หนึ่งในนั้นคือปารีส (Paris)
เมื่อครั้งปารีสจะเกิดนั้น มีคำทำนายว่าปารีสจะทำให้กรุงทรอยถึงแก่ความหายนะ จึงถูกสั่งให้ทาสคนหนึ่งเอาไปฆ่าทิ้งเสีย
แต่ทาสผู้นั้นกลับเอาโอรสไปทิ้งแทน และคนเลี้ยงแกะก็เก็บเอาปารีสไปเลี้ยงดู ต่อมาเมื่อปารีสเติบโต ก็ได้อยู่กินกับนางอัปสรชื่อ อีโนนี (Oenone) มีบุตรชายคนหนึ่งชื่อ กอริทัส (Corythus) ความสงบสุขดำรงอยู่ได้ระยะหนึ่ง จนกระทั่ง...
 
        ในงานวิวาห์ของท้าวพีลูสกับนางอัปสรธีทิส ทั้งคู่เชิญเทพทุกองค์มาร่วมงาน แต่กลับไม่เชิญ อีริส (Eris) เทวีแห่งความแตกร้าว นางจึงส่งผลแอปเปิลแห่งความแตกร้าวเข้ามาในงาน แอปเปิลผลนั้นสลักว่า ?แด่ผู้ที่งามที่สุด? เทวีทุกองค์ต่างก็ปรารถนาจะเป็นผู้ที่งามที่สุด แต่ไม่มีใครกล้าแย่งชิงแอปเปิ้ลนั้นกับเทวีที่ยิ่งใหญ่ 3 องค์ คือ เทวีอาเทน่า เทวีเฮรา และเทวีวีนัส ซึ่งทั้ง 3 องค์ต่างก็ไม่มีใครยอมกัน จึงขอร้องให้ซีอุสเป็นผู้ตัดสิน แต่ซีอุสก็ไม่กล้าตัดสิน เพราะอาเทน่าเป็นลูกสาวคนโปรด เฮร่าก็เป็นชายาที่น่ากลัวเกรง ส่วนวีนัสแม้จะเป็นเพียงลูกสะใภ้ แต่ก็เป็นมารดาของอีรอส หากไม่พอใจ
นางอาจใช้ให้อีรอสมากลั่นแกล้งพระองค์ได้ (ฮาเดสโดนมาแล้ว)

        ซีอุสโยนกลองให้ปารีสตัดสิน เทวีทั้ง 3 ต่างก็ติดสินบนปารีส อาเทน่าจะให้ปารีสมีสติปัญญาอันเป็นเลิศ เฮราจะให้พลังอำนาจเหนือข้าศึกทั้งปวง และวีนัส จะให้หญิงที่งามที่สุดในโลก ทายสิครับ ว่าใครชนะ... วีนัสครับ


 
        ต่อมาปารีสได้ยินกิตติศัพท์ความงามของนางเฮเลนก็เกิดหลงใหล และนึกถึงคำมั่นสัญญาที่เทวีวีนัสให้ไว้แก่เขา
ปารีสจึงคิดจะเดินทางไปกรุงทรอยเพื่อที่จะหาทางเข้าสู่เมืองสปาร์ตาที่นางเฮเลนอยู่ นางอัปสรอีโนนีนั้นรู้ความคิดของสามีดี จึงห้ามปรามและทำนายว่าหากปารีสทำเช่นนั้น ความหายนะจะเกิดแก่บ้านเมืองและตัวปารีสเอง ปารีสจะบาดเจ็บกลับมาขอร้องให้นางรักษา ซึ่งนางจะไม่ช่วย
 
        การห้ามปรามไม่เป็นผล กอริทัสผู้เป็นลูกที่เข้าไปช่วยขัดขวางก็ถูกปารีสฆ่าตาย แล้วปารีสก็ทอดทิ้งนางออกเดินทางเข้าสู่ทรอย นางคาสซันดรา (Cassandra) พี่สาวคนหนึ่งของปารีส เป็นผู้ประกอบพิธีกรรมในวิหารของเทพเจ้า นางมีความรู้ในด้านการดูลักษณะคน เมื่อเห็นปารีส นางก็รู้สึกผิดสังเกต จึงซักถามถึงความเป็นมา ก็รู้ว่าปารีสเป็นโอรสอีกองค์หนึ่งของท้าวเพรียม ท้าวเพรียมก็จัดงานเฉลิมฉลองต้อนรับปารีสกลับ โดยลืมไปสิ้นว่าที่ได้สั่งให้ฆ่าปารีสเมื่อครั้งยังเด็กนั้น เพราะอะไร
 
        ต่อมาท้าวเพรียมให้ปารีสคุมกองเรือไปรับนางฮีไซโอนีกลับ ปารีสก็ถือโอกาสแวะเมืองสปาร์ตาแล้วลักพาตัวนางเฮเลนมายังทรอย เจ้าเมืองกรีกแทบทั้งหมดที่ติดคำสาบานเมื่อครั้งที่นางเฮเลนเลือกคู่ก็จึงยกกองทัพมาช่วยเพื่อชิงนางคืน
 
        มีคำทำนายอีกอย่างหนึ่งว่ากรุงทรอยจะไม่มีวันแตกตราบเท่าที่ผู้รุกรานยังไม่มีธนู และลูกศรอาบพิษเลือดไฮดราของเฮอร์คิวลิส และฟีล็อกทีทิส (Philoctetes) ผู้ได้รับมรดกคันธนูและลูกศรจากเฮอร์คิวลิสก็มากับกองทัพนี้ด้วย
แต่กลับถูกทอดทิ้งเสียกลางทาง เพราะในขณะที่แวะพักที่เกาะเลมนอสนั้นฟีล็อกทีทิสได้ถูกงูกัด แม้จะไม่ตายแต่บาดแผลก็อักเสบเน่าเหม็นมากเสียจนคนอื่นๆทนไม่ไหว จึงทิ้งฟีล็อกทีทิสไว้ที่เกาะแห่งนั้น
 
        สงครามในครั้งนี้ แม้แต่เทพเจ้าก็แบ่งเป็นสองฝักสองฝ่าย เข้ามามีส่วนช่วยในการรบด้วย เช่น เทพโพเซดอนที่ยังแค้นเรื่องที่สร้างกำแพงเมืองทรอยแล้วไม่ได้ค่าตอบแทน เฮรา และอาเทน่า ที่ยังผูกใจเจ็บในการตัดสินของปารีสอยู่ก็ได้เข้าข้างฝ่ายกรีก แต่เทพอพอลโลเข้าข้างฝ่ายทรอยเพราะไม่พอใจที่ทัพกรีกปล้นทรัพย์สินและฆ่านักบวชของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ส่วนเทวีวีนัสนั้นนางเข้าข้างฝ่ายทรอย เพราะ อีเนียส (Aeneas) แม่ทัพคนหนึ่งของทรอยเป็นบุตรของนางกับแอนไคซีส (Anchises) บุตรเขยของท้าวอิลัส เมื่อนางเข้าข้างทรอย ชู้รักของนาง คือเทพแห่งสงครามอาเรส (Ares :ชื่อกรีก) หรือ มาร์ส (Mars : ชื่อโรมัน) ก็จำเป็นต้องเข้าข้างทรอยด้วยเหมือนกัน ถึงขนาดที่เทพอาเรสจับอาวุธลงมาสู้รบ
ด้วยตนเอง อาเทน่าจึงอาสาเป็นสารถีขับรถศึกพาไดโอมีดิสเข้าต่อสู้กับอาเรส ทำให้อาเรสบาดเจ็บต้องหนีกลับไปจนกระทั่งเทพซีอุสต้องประกาศห้ามมิให้เทพหรือเทวีองค์ใด ยื่นมือเข้าช่วยในสงครามครั้งนี้อีก หาไม่แล้วจะต้องโทษจำขังในตรุทาทะรัส แต่ปรากฏว่าเทพซีอุสเองก็ยังคงลงมือช่วยทัพทรอยอย่างออกหน้าออกตา

        การต่อสู้ยืดเยื้อจนกระทั่งฝ่ายกรีกล่วงรู้ถึงคำทำนายข้อหนึ่งของกรุงทรอย เรื่องธนูพิษไฮดราของเฮอร์คิวลิสจึงส่งคนกลับไปตามหาฟิล็อกทีทิสที่ถูกทิ้งไว้มาร่วมรบด้วย ฟิล็อกทีทิสยิงธนูถูกปารีส ทำให้ปารีสต้องกลับไปหานางอัปสรอีโนนีภรรยาเก่าซึ่งมีความสามารถในการแก้พิษ เพื่อให้นางรักษา แต่นางไม่ช่วยและเฝ้าดูปารีสจนถึงแก่ความตายแล้วนางก็ฆ่าตัวตายตาม


 
        การตายของปารีสไม่สามารถทำให้สงครามสงบได้ ต่อมาทัพกรีกรู้ถึงเรื่องพัลเลเดียม โอดิสซุส กับไดโอมีดิสจึงได้ลอบเข้าไปขโมยพัลเลเดียมออกจากกรุงทรอย (ซึ่งเรื่องนี้เล่ากันอีกอย่างหนึ่งว่าพัลเลเดียมที่กรีกขโมยไปได้นั้นเป็นของปลอม หากแต่ว่าทัพทรอยไม่รู้และเสียขวัญไปก่อน) ต่อมาโอดิสซุสก็คิดกลศึกม้าไม้ขึ้นมาได้ โดยทำทีเป็นว่า
เกิดโรคระบาดจึงต้องยกทัพกลับ แล้วทิ้งม้าไม้ขนาดยักษ์ที่ซ่องกองทหารไว้ ให้ดูเหมือนเป็นเครื่องบรรณาการแก่กรุงทรอย เลออกโกออน (Laocoon) พยายามชี้แจงให้ชาวทรอยรู้ถึงเล่ห์เหลี่ยมของทัพกรีก แต่ถูกโพเซดอนส่งงูมาฆ่าปิดปากเสียก่อน ทหารทรอยจึงลากม้าไม้เข้าไปในเมือง ครั้นตกดึกทหารกรีกที่ซ่อนอยู่ในม้าไม้ก็ออกมาเปิดประตูเมืองรับกองทัพ และเข้าตีกรุงทรอยจนแตก

        เมื่อชนะศึกทัพกรีกเข้าปล้นชิงทรัพย์ในวิหารของเทพเจ้า และไม่ได้ทำพิธีบวงสรวงขอบคุณเทพเจ้าที่ให้ความช่วยเหลือ เหล่าเทพจึงไม่พอใจ เมนนิเลอัสพานางเฮเลนกลับสปาร์ตา แต่เกิดพายุพัดจนหลงไปแถบประเทศอียิปต์พบกับความยากลำบากก่อนจึงกลับถึงสปาร์ตาได้ (บางที่กล่าวว่าเฮเลนที่ปารีสลักตัวไปนั้นเป็นตัวปลอมที่เฮราบันดาลขึ้น แล้วตัวจริงถูกพามาซ่อนไว้ที่อียิปต์ เมื่อเมนนิเลอัสและเฮเลนตัวปลอมมาถึงก็ได้พบกับนางเฮเลนตัวจริงนางเฮเลนตัวปลอมก็ลอยขึ้นฟ้าหายไป เมนนิเลอัสจึงพานางเฮเลนตัวจริงกลับสปาร์ตาไป)

        อกาเมมนอนนั้นก่อนที่จะยกทัพมารบได้หลอกเอาลูกสาวตนเองมาบูชายัญสังเวยเทวีอาร์เทมิส
แม้เทวีอาร์เทมิสจะสงสารและได้ช่วยไว้มิให้ตาย แต่นางไคลเทมเนสตราผู้เป็นชายานั้นโกรธแค้นมาก ถึงกับคบชู้และร่วมกับชายชู้ฆ่าอกาเมมนอนเสียเมื่อกลับถึงเมือง ส่วนโอดิสซุสก็ถูกเทพโพเซดอนกลั่นแกล้งให้ต้องร่อนเร่ไปถึง 10 ปี กว่าจะกลับถึงเมืองอิธกะ

        ส่วนอีเนียสแม่ทัพทรอยนั้นได้เทวีวีนัสผู้เป็นมารดากับเทพอพอลโลช่วยไว้ ก็ได้รวบรวมชาวทรอยที่หลงเหลืออยู่หนีออกไป (บางที่ว่าอัญเชิญพัลเลเดียมของจริงไปด้วย) รอนแรมไปในทะเลท่ามกลางอันตรายและการกลั่นแกล้งของเฮรา เพราะผู้ที่ไม่ตัดสินให้เฮราเป็นผู้งามที่สุดนั้นคือปารีสผู้เป็นชาวทรอย และอีเนียสก็เป็นชาวทรอยซ้ำยังเป็นบุตรของวีนัสที่ปารีสตัดสินให้ชนะนางอีกด้วย
 
        เฮราจึงพยายามขัดขวางอีเนียสทุกวิถีทาง วีนัสต้องคอยหาทางช่วยจนถึงถิ่นของพวกคาร์เธจ ขณะนั้นนางพญาของพวกคาร์เธจ ชื่อ ไดโด (Dido) เป็นแม่หม้าย วีนัสต้องการให้บุตรชายได้พักในเมืองคาร์เธจชั่วคราวอย่างปลอดภัยจึงสั่งให้กามเทพมาแผลงศรให้นางไดโดหลงรักอีเนียส ทั้งคู่อยู่ด้วยกันจนอีเนียสลืมเรื่องที่จะไปสร้างเมืองใหม่ กระทั่งเทพเมอร์คิวรี่ต้องมาเตือน อีเนียสจึงออกอุบายเพื่อหนีออกจากคาร์เธจ นางไดโดโกรธ จึงอธิษฐานขอให้คาร์เธจกับเมืองใหม่ที่อีเนียสจะไปก่อตั้งนั้นจงเป็นศัตรูล้างผลาญกันตลอดไป
 
        เมืองที่อีเนียสไปก่อตั้งนั้นคืออาณาจักรโรมัน ซึ่งก็ปรากฏว่าต้องทำศึกกับคาร์เธจอย่างหนัก การศึกคราวหนึ่งที่กล่าวขวัญกันมากที่สุดคือครั้งที่ ฮานนิบาล (Hannibal) แม่ทัพของคาร์เธจยกทัพอันประกอบด้วยทหารราบ 70,000 นาย ทหารม้า 12,000 นาย และช้างศึก 37 เชือก เข้าตีกรุงโรมโดยการเดินทางอ้อมข้ามเทือกเขาแอลป์ไปทางด้านหลังกรุงโรม
ไม่มีใครเคยคิดว่าจะมีศัตรูบุกมาจากทางด้านนั้นเพราะความสูง หนาวเหน็บ และทุรกันดารของเทือกเขา ทำให้ทั่วกรุงโรมหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก ทหารของฮานนิบาลเหลือรอดจากการข้ามเทือกเขามาเพียง ทหารราบ 20,000 นาย ทหารม้า 6,000 นาย แต่มีช้างศึกครบทั้ง 37 เชือก การศึกมีทีท่าว่าโรมันจะเพลี่ยงพล้ำ แต่ด้วยเพราะขาดกำลังบำรุงในที่สุดฮานนิบาลก็ต้องถอยทัพ และต่อมาคาร์เธจก็ถูกโรมันบุกเข้าโจมตีและเผาทำลายจนหมดสิ้น

ที่มา ตำนานกรีก-โรมัน ฉบับสมบูรณ์ ของ มาลัย (จุฑารัตน์)
จรกร@บ้านแจน